7 facts about sunscreens

7 facts about sunscreens

เมื่อวานหมอได้ยกตัวอย่างของ Hugh Jackman ที่เป็นมะเร็งผิวหนังที่บริเวณจมูกไปแล้วนะคะ ทุกๆครั้งเวลาตรวจคนไข้ คนไข้หลายคนมักจะถามว่า ครีมอะไรที่ควรทามากที่สุดทาเลือกได้ 1 อย่าง หมอขอบอกเลยว่าเป็นกันแดดนะคะ  วันนี้หมอเขียนวิธีเลือกกันแดด แบบง่ายๆมาให้อ่านกันค่ะ

1.SPF and PA  ;Broad spectrum protection    ในแสงแดด มีตัวการร้ายที่ทำให้ก่อมะเร็งผิวหนัง  คือ รังสีUVB [290-320 nm] ซึ่งจะทำให้เกิด ผิวไหม้ แดง ดำ ค่าการป้องกันรังสีUVB คือ sun protective factor โดยทั่วไปที่ SPF 50 สามารถป้องกันแดด ได้ 98%  จึงเพียงพอ ต่อการป้องกัน UVB แล้วค่ะ  อีกตัวที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึง คือรังสีUVA ซึ่งมีอยู่ตั้งแต่เช้ายันเย็น โดย รังสีUVA มีผลทำให้เกิดภาวะ photo-aging คือการที่ผิวถูกทำลายด้วยแสงแดดทำให้เกิด การเหี่ยวย่น และ เกิดเม็ดสีที่ผิว รวมทั้งเป็นอีกตัวการที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ค่ะ  ค่า PA อย่างน้อยควรประมาณ สามบวกขึ้นไปค่ะ

 

2. Choose physical and chemical sunscreen

Physical sunscreen เป็นสารเคมีที่ออกฤทธิ์ สะท้อน รังสีทั้ง UVA และ UVB ออกจากผิวหนัง เช่น zinc oxide, titanium dioxide ข้อดีคือมักจะไม่ค่อยเกิดการแพ้ แต่ข้อเสียคือ เนื้อครีมจะขาวมากทำให้ทากันแดดแล้ว หน้าวอกขาว มากนั่นเองค่ะ ส่วน Chemical sunscreen เป็นสารเคมีที่มีหน้าที่ดูดซับแสง ข้อดีคือไม่วอกขาว แต่ข้อเสียคือพบคนที่แพ้สารกันแดดชนิด chemical มากกว่า จึงควรใช้สารกันแดดที่มีส่วนผสมของทั้งคู่ดีที่สุดค่ะ

3. Water resistant maintain SPF only 40 minutes

เวลาออกกลางแจ้ง เล่นกีฬา หรือมีเหงื่อ จะทำให้ประสิทธิภาพของกันแดดลดลง จึงควรใช้กันแดด ชนิด water resistance ซึ่ง FDA US กำหนด ไว้ว่า สามารถ คง SPF ได้อย่างน้อย 40 นาที ในขณะที่โดนน้ำ ส่วน Very water resistant คือ สามารถ คง SPF ได้อย่างน้อย 80 นาที ระยะเวลา น้อยกว่าที่คิดใช่มั้ยคะ และในปัจจุบัน ไม่ใช้คำว่าwaterproof แล้วนะคะ เพราะ ไม่มีกันแดด ที่มีประสิทธิภาพ waterproof ได้จริงๆ เพราะฉะนั้น หมอขอแนะนำคนที่ต้องโดนน้ำ และ ออกแดดเหงื่ออก ให้คอยทากันแดดซ้ำนะคะ เพราะ มันคง SPF แค่ 40 นาทีในน้ำ เท่านั้นค่ะ

4. Compact powder containing sunscreen is not enough

ปกติเวลาที่หมอรักษาคนไข้หมอ หมอจะรีวิว ผลิตภัณฑ์และครีมที่คนไข้ใช้ทุกเคส เวลาหลายๆครั้ง ที่หมอพูดถึงกันแดด คนไข้มักจะบอกว่า แป้งที่ใช้ รองพื้นที่ใช้ มีผสมกันแดด เรียบร้อยแล้วค่ะ ซึ่งหลายๆคนคิดว่า เพียงพอสำหรับการป้องกัน แดดแล้วบอกเลยว่าไม่พอนะคะ เพราะแป้งต่างๆ เราไม่แน่ใจว่าเค้าผสมสารป้องกันแดดมากน้อยแค่ไหน อีกอย่าง ไม่ติดทนเท่าครีมกันแดดจริงๆแน่นอน เพราะฉะนั้นทาแป้ง แล้วอย่าลืมทากันแดด ก่อนออกแดดทุกครั้งนะคะ

5. How to use sunscreen เมื่อเราเลือกกันแดดได้ประสิทธิภาพสูงสุดแล้วแต่ถ้าทาผิดจบกันเลยนะคะ หมอมีเคล็ดลับการทากันแดดมาบอกค่ะ อย่างแรกควรทาก่อนออกแดด อย่างน้อบ 30 นาทีเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เวลาทาทั่วใบหน้าแล้วอย่าลืมคอ และบริเวณอื่นๆที่ต้องออกแดดด้วยนะคะ ทาซ้ำ ทุก 2 ชม เวลาออกแดดถ้าเป็นไปได้ ต่อให้วันนั้น แดดไม่แรง ท้องฟ้าครึ้มเหมือนฝนจะตก แต่ UVA UVB ยังมีนะคะ เพราะฉะนั้นอย่าลืมทากันแดดค่ะ

 

6. How much to apply sunscreen อันนี้ ก้อเป็นเรื่องที่สำคัญมากค่ะที่จะต้องทากันแดดปริมาณ พอสมควร ถึงจะมีประสิทธิภาพตาม SPF และ PA ข้างฉลาก เพราะเวลาที่ทดสอบ SPF เค้าทากันแดด หนาถึง 2mg ต่อ ตรเซนติเมตร ประมาณคร่าวๆก้อประมาณ 2 ข้อนิ้วกลาง ทั่วใบหน้า จึงจะได้ค่าSPFเท่ากับข้างฉลาก ในความเป็นจริงจึงค่อนข้างเป็นไปได้ยากใช่มั้ยคะที่จะทาได้หนาขนาดนั้น ดังนั้นหมอจึงไม่เคยแนะนำคนไข้ให้ใช้ SPF 15 ก็เพียงพอเพราะคงหาคนที่จะทา ได้ 1 gm. ทั่วหน้าหรือสองข้อสองนิ้วกลางได้ไม่มาก หมอจึงแนะนำคนไข้ตั้งแต่ SPF 30 ขึ้นไปค่ะ

7. When expose sunlight just sunscreen isn’t enough

นอกเหนือจากกันแดดแล้ว เวลาออกแดด อย่าลืม ร่ม หมวก เสื้อผ้าที่ปิดมิดชิดนะคะ แล้วก็อย่าลืมแว่นกันแดดเพื่อปกป้องสายตาด้วยค่ะ มีหลายคนอาจจะเขินกับการถือร่ม ใส่หมวกนะคะ หมอบอกเลย อย่าได้แคร์ค่ะ เพราะเราทำเพื่อดูแลสุขภาพผิวป้องกันการเกิดมะเร็งผิวหนังค่ะ

 

By Dr. Jeab; The Clover Clinic

MD Mahidol

Diploma in Dermatology Cardiff University, Wales, UK

Fellowship in Dermatology, Mt Sinai ,Miami US

รูปภาพรูปภาพ

 

 

Advertisements

สัดส่วนและองศาความงามของใบหน้า by Dr. Jeab The Clover Clinic

สัดส่วนและองศาความงามของใบหน้า  

The golden ratio of the beauty face

เคยได้ยินคำๆนี้ กันบ้างหรือไม่คะ “Beauty is in the eye of the beholder”ความสวยนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละคนมอง แต่จริงๆ แล้วเคยสังเกตกันหรือไม่ค่ะ ว่าคนที่หลายๆคนที่มีคนมองว่าหน้าตาดี ไม่ว่าเชื้อชาติไหน อาชีพอะไร เค้าเหล่านั้นมีอะไรที่เหมือนกัน ลึกๆลงไปคำตอบของปัญหาเหล่านั้น อยู่ที่ สัดส่วนและองศาใบหน้าที่ลงตัวนั่นเองค่ะ

ที่นี้เราลองมาดูกันนะคะ ว่าสัดส่วนความงามบนใบหน้ามีอะไร บ้าง

  1. เมื่อเราแบ่งใบหน้าในแนวตั้ง จะต้องเป็นสัดส่วนที่เท่ากันทั้ง5ส่วนโดยวัดจาก ข้างแก้มซ้ายถึงหางคิ้วซ้าย หางคิ้วซ้ายถึงหัวคิ้ว ปีกจมูกซ้ายถึงปีกจมูกขวา หัวคิ้วขวาถึงหางคิ้วขวา หางคิ้วขวาถึงข้างแก้มขวา
  2. เมื่อเราแบ่งรูปหน้าในแนวนอน จะต้องเป็นสัดส่วนที่เท่ากัน 3 ส่วน โดยวัดจากไรผมถึงคิ้ว คิ้วถึงปลายจมูก และปลายจมูกถึงคาง

  1. อันนี้ อาจจะเห็นตามsocial ในช่วงนี้มากเป็นกระแสตามBaido ,Fb, social network ต่างๆคือ finger trap test จริงๆแล้วตามศาสตร์ความงามเราเรียก เส้นนี้ว่า Ricketts’ E line ค่ะ เป็น line ที่ Dr. Robert Rickkets ซึ่งเป็นทันตแพทย์ เป็นผู้คิดค้นขึ้นในปี 1950 เป็นเส้นที่ลากจาก ปลายจมูก ถึงปลายคาง ซึ่งจะบริเวณปาก ควรจะอยู่ในแนวเดียวกับ E line ไม่ยื่นออกหรือ หดเข้าจนเกินไป ซึ่งถ้าจะให้ละเอียดขึ้น เราจะวัดองศาจากปลายจมูก จนถึงปลายคาง ควรอยู่ที่ประมาณ 120-130 องศาค่ะ

จึงเป็นการประเมินองค์ประกอบของใบหน้า ของแพทย์ในปัจจุบันนี้ เพื่อ ให้การปรับเปลี่ยน องค์ประกอบของจมูก ปาก คางสมบูรณ์และสัมพันธ์กันมากขึ้นe lineeline 2

  1. S curve หรือ Ogee curve  of cheek  คือการที่พวงแก้มทั้งด้านข้างและด้านหน้า โค้งเป็นรูปตัว s curve ทำให้แก้มบริเวณ ด้านหน้าและด้านข้างดูมีมิติ ทั้งด้านหน้าและด้านข้างogee
  2. Eye brow คิ้วจะต้องได้รูปโดยที่เส้นแรกลากจากปีกจมูกไปที่หัวตา เส้นที่สองคือจุดโค้งสุดของรูปคิ้ว จะอยู่ตำแหน่งเดียวกับขอบตาดำด้านนอก เส้นสุดท้าย หางคิ้วลากผ่านปีกจมูกผ่านขอบตาด้านนอกค่ะ โดยเวลาเราอายุมากขึ้นรูปคิ้วเปลี่ยนไปจะทำให้ ดูหน้าตาไม่สดชื่น ดูมีอายุกว่าที่ควรจะเป็นperfectbrow
  3. Reverse triangular

เคยสังเกตบ้างหรือไม่คะ ว่าทำไม คนเราเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ความสวย ความหน้าตาดี ที่เราเคยมีในอดีต จึงเปลี่ยนไป จนเราอยากนั่ง Time machine ย้อนกลับไปในอดีต สิ่งเหล่านี้อธิบายง่ายๆ ตามรูปทรงเลขาคณิต ดังนี้เลยค่ะ ช่วงเวลาเรายังหนุ่มสาว การสร้างและซ่อมแซมชั้นต่างๆของผิวไม่ว่าจะเป็น ผิวหนัง คอลลาเจน เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน รวมไปถึงความแข็งแรงของชั้นกล้ามเนื้อ เรายังยังดีอยู่ ทำให้ลักษณะ ของรูปหน้าถ้าเอาสามเหลี่ยมมาวางลงไป ก็จะวางลงไปได้พอดี ในลักษณะ สามเหลี่ยมกลับหัว แต่เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนหายไป ความแข็งแรงของชั้นต่างๆ ของผิวน้อยลงไป แทนที่ สามเหลี่ยมจะกลับหัวเรากลับวางสามเหลี่ยมที่ไม่กลับหัวลงไปได้พอดี ดังรูปเลยค่ะreverse triangular

  1. Ideal cheek โดยเราลากเส้นจากมุมปากไปหางตา และจากมุมปากไป บริเวณติ่งบริเวณก่อนถึงรูหู โดยจุดสูงสุดของแก้มจะรูปไข่ ในบริเวณเส้นที่ลากสองเส้นค่ะIdeal Cheek Angelina Jolie

แปลกแต่จริงใช่ไหมคะ ที่กฎเกณฑ์ ทางคณิตศาสตร์หลายๆอย่างสามารถนำมาใช้กับการรักษาและดูแลเรื่องความงามได้อย่างน่าอัศจรรย์ เทคโนโลยี ก้อเป็นตัวช่วยให้สัดส่วนของใบหน้าดูสวยขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการฉีด filler เพื่อ เสริมบริเวณคางให้ได้ สัดส่วน การเติม filler บริเวณแก้ม เพื่อให้ หน้าดูมีมิติ เป็น s curve ที่สวยงาม การ lifting หน้า ด้วยการผสมผสานไม่ว่าจะเป็น botox filler thread lift หรือ LASER เพื่อช่วยในเรื่อง ยกกระชับ ผิวที่หย่อนคล้อยทำให้รูปหน้าเป็นสามเหลี่ยมฐานกว้าง หรือ การ lift ใบหน้าด้วย botox หรือ filler  เพื่อช่วยให้แก้มไม่หย่อน ได้รูป หรือ การฉีด botox ยกคิ้วให้ช่วงตากว้างขึ้น ดูอ่อนวัยเป็นต้น ทั้งหมดนี้ เป็นทั้ง ศาสตร์และศิลป์ ที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เป็นผู้ประเมินค่ะ เพราะนอกจาก องศาที่แม่นยำ และสัดส่วนที่ใช่ แต่หมอมั่นใจว่า เราก็คงต้องการความสวยที่เป็นเอกลักษณ์ และโดดเด่นเฉพาะบุคคลเช่นเดียวกันค่ะ